กู้บ้านได้เท่าไหร่ คำนวณจากรายได้
เกณฑ์ DSR ของแต่ละธนาคาร ปัจจัยที่มีผลต่อการอนุมัติ และตัวอย่างกู้ได้เท่าไหร่จากเงินเดือน 20K 30K 50K 100K พร้อมเทคนิคเพิ่มวงเงินอนุมัติ
เกณฑ์ DSR ของแต่ละธนาคาร ปัจจัยที่มีผลต่อการอนุมัติ และตัวอย่างกู้ได้เท่าไหร่จากเงินเดือน 20K 30K 50K 100K พร้อมเทคนิคเพิ่มวงเงินอนุมัติ
ก่อนจะเริ่มดูบ้าน คำถามแรกที่ต้องตอบให้ได้คือ "เราจะกู้ได้เท่าไหร่?" — เพราะการเดินไปดูบ้าน 10 ล้านทั้งๆ ที่กู้ได้แค่ 3 ล้านมีแต่จะเสียเวลาและเสียดาย
บทความนี้จะอธิบายเกณฑ์ที่ธนาคารใช้คำนวณวงเงินกู้สูงสุด และตัวอย่างเงินเดือนต่างๆ จะกู้ได้เท่าไหร่
DSR (Debt Service Ratio) คือสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน — ตัวเลขนี้คือ "ปัจจัยหลัก" ที่ธนาคารใช้ตัดสินว่าจะให้กู้เท่าไหร่
สูตร: DSR = ภาระหนี้รวมต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือน × 100
ภาระหนี้ที่นับรวม:
ธนาคารแต่ละแห่งใช้เกณฑ์ต่างกันเล็กน้อย:
สมมติฐานในการคำนวณ: พนักงานประจำ DSR 40%, ดอกเบี้ย 6% (stress test), ระยะเวลาผ่อน 30 ปี, ไม่มีภาระหนี้เดิม
ในเมืองหลวง: คอนโดราคา 1.5 ล้าน 25-30 ตร.ม. ในย่านนอกเมือง / ต่างจังหวัด: บ้านทาวน์เฮาส์ราคา 1.5 ล้าน
ในกรุงเทพ: คอนโด 25-30 ตร.ม. ในย่านปกติ / ต่างจังหวัด: บ้านเดี่ยวขนาดเล็ก-กลาง
ในกรุงเทพ: คอนโด 1 ห้องนอน / บ้านทาวน์เฮาส์ในย่านกลาง
ในกรุงเทพ: คอนโด 2 ห้องนอนใจกลางเมือง / บ้านเดี่ยวขนาดกลาง
ในกรุงเทพ: บ้านเดี่ยวขนาดดี / คอนโด luxury
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้ใช้ดอกเบี้ย 6% เป็น stress test — ในใบเสนอราคาจริง ดอกเบี้ยโปรโมชั่นอาจจะ 3% ค่างวดจริงต่ำกว่านี้ แต่ธนาคารคำนวณวงเงินจาก worst case
ตรวจประวัติการชำระหนี้ในระบบ — เกรด A, B+ = ปกติ, C ลงไป = เสี่ยง อาจปล่อยกู้ไม่ผ่าน หรือดอกเบี้ยสูงขึ้น
หลีกเลี่ยง: ค้างชำระบัตรเครดิต / สินเชื่อบุคคล แม้แต่ 30 วันก็มีผล
ธนาคารชอบ:
ยากกว่า:
ปกติธนาคารชอบเห็นเงินสำรอง 3-6 เดือนของค่างวด
ธนาคารปล่อยกู้สูงสุด 80-90% ของราคาประเมิน (หรือราคาขาย แล้วแต่อันไหนต่ำกว่า) — ส่วนต่างต้องเป็นเงินดาวน์
ตัวอย่าง: บ้านราคา 5 ล้าน LTV 90% → กู้ได้ 4.5 ล้าน ต้องดาวน์ 5 แสน
เพิ่มผู้กู้ร่วม (คู่สมรส พ่อแม่ พี่น้อง) — รายได้รวมกัน = วงเงินกู้เพิ่ม
ทุกบัตรที่มียอดใช้ ธนาคารจะคิดเป็นขั้นต่ำ 10% — ปิดบัตรที่ไม่ใช้ลด DSR ทันที
ผ่อนรถใกล้หมด สินเชื่อบุคคลเหลือ 6 เดือน — โปะปิดให้หมดก่อน DSR จะดีขึ้น
คู่สมรส (รวมโดยอัตโนมัติ) / พ่อแม่ / พี่น้อง — รายได้รวมกัน
ผ่อน 30 ปีแทน 25 ปี ค่างวดน้อยลง = วงเงินกู้สูงขึ้น (แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่ม)
ดาวน์เยอะขึ้น = ยอดกู้น้อยลง = อนุมัติง่าย
อย่ายื่นแค่ที่เดียว — ยื่น 2-3 ธนาคารพร้อมกัน เปรียบเทียบวงเงินที่อนุมัติได้
ค่าเช่า, รายได้จาก YouTube, freelance work — ถ้ามี statement ต่อเนื่อง 1 ปี + เสียภาษี ธนาคารจะนับเป็นรายได้รวม
ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์ / เจ้าของกิจการ:
ธนาคารจะคำนวณรายได้เฉลี่ยจาก statement หรือ ภ.ง.ด. แล้วใช้เกณฑ์ DSR 30-35%
Q: ถ้าเงินเดือนไม่พอ ใช้บัตรเครดิตวงเงินสูงๆ พิสูจน์ฐานะได้ไหม?
A: ไม่ได้ — ธนาคารดูจากรายได้ที่พิสูจน์ได้จริงจาก statement และสลิป ไม่ใช่จากวงเงินบัตรเครดิต (จริงๆ บัตรเครดิตทำให้ DSR แย่ลงด้วย)
Q: กู้ร่วมแล้ววงเงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่าไหม?
A: ไม่เสมอ ธนาคารจะรวมรายได้ทั้งสองคนแต่ดูภาระหนี้ของทั้งสองคนด้วย — ถ้าคนหนึ่งมีหนี้เยอะอาจฉุดวงเงินลง
Q: รายได้พ่อแม่กู้ร่วมได้ถึงอายุเท่าไหร่?
A: ปกติพ่อแม่จะมีระยะผ่อนสั้น (ขึ้นกับอายุ) — แต่ถ้ามีลูกเป็นผู้กู้หลักที่อายุน้อย ก็ใช้ระยะของลูกได้ พ่อแม่แค่ค้ำประกันให้
Q: ทำงานต่างประเทศ จะกู้บ้านในไทยได้ไหม?
A: ได้ — ใช้ statement บัญชีต่างประเทศ + เอกสารรายได้แปลเป็นไทย / อังกฤษ บางธนาคารมีโครงการ "expat home loan" โดยเฉพาะ
จำสูตรง่ายๆ: วงเงินกู้สูงสุด ≈ รายได้ × 100 (สำหรับพนักงานประจำ ดอกเบี้ย 6% ผ่อน 30 ปี ไม่มีภาระหนี้)
ตัวอย่าง: เงินเดือน 30,000 × 100 ≈ 3 ล้าน (ตัวเลขจริงคือ 2 ล้าน — ใกล้เคียงพอประมาณการเบื้องต้น)
หากต้องการตัวเลขแม่นยำสำหรับสถานการณ์เฉพาะของคุณ ใช้เครื่องคำนวณวงเงินกู้บ้านที่รองรับ DSR ตามอาชีพ ภาระหนี้เดิม และอายุ — มีตารางจำลองด้วยว่าถ้ารายได้เพิ่ม ±20%/50% จะกู้ได้เท่าไหร่
หรือถ้ารู้วงเงินแล้ว ลองคำนวณค่างวดดูว่าผ่อนจริงเดือนละเท่าไหร่
ลองใช้เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
เปิดเครื่องคำนวณ →เข้าใจสูตร PMT ที่ธนาคารใช้คำนวณค่างวดผ่อนบ้าน พร้อมตัวอย่างเลขจริง 3 กรณี และเทคนิคลดดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสินเชื่อ
เปรียบเทียบดอกเบี้ยลอยตัวและคงที่แบบละเอียด รวมความหมายของ MRR MLR MOR และคำแนะนำเลือกตามโปรไฟล์ผู้กู้แต่ละแบบ
คู่มือโปะบ้านครบทุกแง่ — เลือกระหว่างลดค่างวดหรือลดเวลา โปะตอนไหนคุ้มที่สุด พร้อมกรณีศึกษา 3 แบบและตัวเลขจริงที่ประหยัดได้