PhonBaan
ความรู้สินเชื่อ

ดอกเบี้ยลอยตัว vs คงที่ เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบดอกเบี้ยลอยตัวและคงที่แบบละเอียด รวมความหมายของ MRR MLR MOR และคำแนะนำเลือกตามโปรไฟล์ผู้กู้แต่ละแบบ

5 พฤษภาคม 2026อ่าน 5 นาทีทีม PhonBaan

หนึ่งในคำถามที่คนจะกู้บ้านเจอแน่นอน — "เลือกดอกเบี้ยลอยตัวหรือคงที่ดี?" คำตอบไม่ได้มีแบบเดียว ขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของคุณ ความสามารถในการรับความเสี่ยง และทิศทางดอกเบี้ยในตลาด

บทความนี้จะเทียบทั้งสองแบบให้เห็นชัด พร้อมแนะนำว่าใครเหมาะกับแบบไหน

ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) คืออะไร?#

ดอกเบี้ยคงที่คืออัตราที่ตายตัวตามที่ตกลงในสัญญา ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนยังไง ค่างวดของคุณจะเท่าเดิมตลอดช่วงโปรโมชั่น

ตัวอย่าง: ธนาคาร A เสนอ "ดอกเบี้ย 3.0% คงที่ 3 ปีแรก" หมายถึง 3 ปีแรกคุณจะจ่ายดอกเบี้ย 3% เท่ากันทุกเดือน หลังครบ 3 ปีจะเปลี่ยนเป็นดอกเบี้ยลอยตัว (เช่น MRR − 1.5%)

ข้อดี#

  • วางแผนงบประมาณได้แน่นอน ค่างวดเท่าเดิมทุกเดือน
  • ป้องกันความเสี่ยงดอกเบี้ยขึ้น ถ้าตลาดดอกเบี้ยขึ้นช่วงนั้น คุณยังจ่ายเรทเดิม
  • เหมาะกับมือใหม่ ไม่ต้องเครียดเรื่องประกาศ MRR ของธนาคารทุกเดือน

ข้อเสีย#

  • ดอกเบี้ยมักสูงกว่าลอยตัวเล็กน้อย เพราะธนาคารคิด premium ค่ากันความเสี่ยง
  • ใช้ได้แค่ระยะสั้น ปกติ 1-5 ปี ไม่มีใครให้คงที่ตลอด 30 ปี
  • ถ้าตลาดดอกเบี้ยลง คุณก็ไม่ได้ประโยชน์ เพราะติด lock อยู่

ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) คืออะไร?#

ดอกเบี้ยลอยตัวจะผูกกับอัตราอ้างอิงของธนาคาร ที่เรียกว่า MRR/MLR/MOR และจะเปลี่ยนตามที่ธนาคารประกาศ

ตัวอย่าง: ธนาคาร B เสนอ "ดอกเบี้ย MRR − 1.5%" หาก MRR ของธนาคารตอนนั้นอยู่ที่ 6.55% ดอกเบี้ยที่คุณจ่ายคือ 5.05% — ถ้า MRR ขึ้นเป็น 6.75% ดอกเบี้ยจะกลายเป็น 5.25% ทันที (ค่างวดอาจจะปรับขึ้นด้วย)

ข้อดี#

  • อัตราเริ่มต้นมักต่ำกว่า บางช่วงต่ำกว่าคงที่ 0.3-0.5%
  • ได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยลง ค่างวดจะลดลงตามตลาด
  • ใช้ได้ระยะยาว ทุกธนาคารให้ลอยตัวตลอดอายุสัญญาที่เหลือ

ข้อเสีย#

  • ค่างวดไม่แน่นอน อาจขึ้นหรือลงได้ตลอด
  • เครียด ต้องคอยติดตามประกาศ MRR
  • เสี่ยงในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

MRR / MLR / MOR คืออะไร? (ฉบับเข้าใจง่าย)#

ทั้งสามตัวคืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารแต่ละแห่งประกาศกำหนดเอง — ไม่ใช่ดอกเบี้ยตลาดเดียวกัน ต่างกันที่ "กลุ่มลูกค้า":

MRR (Minimum Retail Rate)#

อัตราขั้นต่ำสำหรับ ลูกค้ารายย่อย ใช้กับสินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล

อัตราเฉลี่ยปี 2026 ของธนาคารใหญ่ๆ:

  • ธนาคารกรุงเทพ: ~6.85%
  • ธนาคารกสิกรไทย: ~6.55%
  • ธนาคารไทยพาณิชย์: ~6.70%
  • ธนาคารกรุงไทย: ~6.62%
  • ธนาคารออมสิน: ~6.245%

สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่ใช้ MRR เป็นอัตราอ้างอิงและให้ส่วนลดในรูป "MRR − x%"

MLR (Minimum Loan Rate)#

อัตราขั้นต่ำสำหรับ ลูกค้ารายใหญ่ เช่น บริษัทขนาดใหญ่ ปกติต่ำกว่า MRR ราว 0.5-1%

MOR (Minimum Overdraft Rate)#

อัตราขั้นต่ำสำหรับ สินเชื่อเบิกเกินบัญชี (OD) ไม่ค่อยใช้กับสินเชื่อบ้าน

ดอกเบี้ยแบบผสม (Hybrid) — ตัวจริงในตลาดไทย#

สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่ในไทยจริงๆ ไม่ได้เป็น "คงที่ล้วน" หรือ "ลอยตัวล้วน" แต่เป็นแบบผสม:

  • 3 ปีแรก: ดอกเบี้ยคงที่/ขั้นบันได (โปรโมชั่น) — 2.5-3.5%
  • หลังปี 3 จนจบสัญญา: ดอกเบี้ยลอยตัว MRR − x% — เฉลี่ย 4.5-6%
ดอกเบี้ยจริงต่อปี — คงที่ vs ลอยตัว (% ต่อปี)0%1%2%3%4%5%6%7%ช่วงโปรโมชั่น 3 ปี3.002.80ปีที่ 13.003.50ปีที่ 23.004.20ปีที่ 35.055.05ปีที่ 45.055.05ปีที่ 55.055.05ปีที่ 65.055.05ปีที่ 7ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating)
สมมติฐาน: MRR 6.55% — หลังปีที่ 3 ทั้งสองแบบเข้าสู่ลอยตัว MRR − 1.5% เหมือนกัน (5.05%)

โครงสร้างนี้เป็นเหตุผลที่หลายคนรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี — พอหมดโปรคงที่ ดอกเบี้ยลอยตัวจะกระโดดขึ้นเยอะ การย้ายไปธนาคารใหม่ที่ให้โปรโมชั่นใหม่อีกครั้งจะช่วยกดดอกเบี้ยเฉลี่ยให้ต่ำลง

ตารางเปรียบเทียบสรุป#

หัวข้อคงที่ลอยตัว
ดอกเบี้ยช่วงโปรโมชั่น3.0-3.5%2.5-3.0%
ดอกเบี้ยระยะยาวไม่มี4.5-6%
ค่างวดคงที่เปลี่ยนได้
ระยะเวลา1-5 ปีตลอดอายุสัญญา
ความเสี่ยงต่ำกลาง-สูง

เลือกแบบไหนตามโปรไฟล์ของคุณ#

กู้ครั้งแรก / มือใหม่ → เลือกคงที่ 3 ปี#

เริ่มต้นด้วยคงที่ก่อนเพื่อให้คุ้นชินกับการผ่อน คำนวณงบประมาณได้แน่นอน หลังพ้น 3 ปีค่อยพิจารณารีไฟแนนซ์

รับความเสี่ยงได้ / มีเงินเก็บสำรอง → เลือกลอยตัว#

มีเงินสำรอง 6-12 เดือนของค่างวด พร้อมรับมือกับการขึ้นของดอกเบี้ย ได้ประโยชน์จากอัตราเริ่มต้นที่ต่ำกว่า

ต้องการความแน่นอน 100% → เลือกคงที่ยาว (ถ้ามี)#

บางธนาคารมีแพ็คเกจคงที่ 5-7 ปี อัตราอาจจะสูงกว่าแพ็คเกจ 3 ปีเล็กน้อย แต่แลกกับความสบายใจตลอด 5-7 ปี

กำลังจะรีไฟแนนซ์ → เลือกคงที่ระยะสั้น#

ถ้าวางแผนว่าจะรีไฟแนนซ์ใหม่ทุก 3 ปีอยู่แล้ว เลือกคงที่ 3 ปีกินโปรโมชั่นไปก่อน

ทิศทางดอกเบี้ยปี 2026#

อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยช่วงต้นปี 2026 อยู่ที่ราว 2.25% ลดลงจาก 2.50% ในปี 2025 หลายธนาคารทยอยลด MRR ตามลงมา

นั่นแปลว่า:

  • ดอกเบี้ยลอยตัวน่าสนใจขึ้น เพราะแนวโน้มขาลง
  • ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปียังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ที่อัตรา 2.8-3.2% ในช่วงนี้
  • คนที่ผ่อนอยู่ลอยตัวอยู่แล้ว จะได้ประโยชน์โดยอัตโนมัติเมื่อ MRR ลดลง

คำถามที่พบบ่อย#

Q: ดอกเบี้ยคงที่หมดโปรแล้วจะเป็นยังไง?

A: เปลี่ยนเป็นลอยตัวอัตโนมัติ ปกติ MRR − x% ตามที่ระบุในสัญญา ส่วนใหญ่ลอยตัวจะแพงกว่าโปรคงที่เดิมประมาณ 1-2%

Q: เปลี่ยนจากลอยตัวเป็นคงที่ระหว่างผ่อนได้ไหม?

A: ปกติทำไม่ได้ภายในธนาคารเดิม — ต้อง refinance ไปธนาคารใหม่ที่ให้แพ็คเกจคงที่

Q: ทำไมธนาคารแต่ละแห่ง MRR ไม่เท่ากัน?

A: เพราะแต่ละธนาคารมีต้นทุนเงินทุนต่างกัน บางที่มีฐานเงินฝากต้นทุนต่ำกว่า ก็ปล่อยกู้ได้ MRR ต่ำกว่า

สรุป#

ไม่มีคำตอบที่ถูกตลอด การเลือกขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของคุณ — สำหรับคนส่วนใหญ่ในไทย โครงสร้างที่ใช้ได้ดีคือ คงที่ 3 ปี → รีไฟแนนซ์ → คงที่ 3 ปีอีกรอบ เพื่อกินโปรโมชั่นและกดดอกเบี้ยเฉลี่ยให้ต่ำลง

ก่อนตัดสินใจ ลองคำนวณค่างวดทั้งสองแบบเทียบกันดู หรือถ้ากำลังคิดจะย้ายแบงก์ ไปดูเครื่องคำนวณรีไฟแนนซ์ของเราเพื่อประเมินว่าคุ้มไหม

ลองใช้เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

เปิดเครื่องคำนวณ →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความรู้สินเชื่อ

สูตรคำนวณค่างวดผ่อนบ้าน เข้าใจใน 5 นาที

เข้าใจสูตร PMT ที่ธนาคารใช้คำนวณค่างวดผ่อนบ้าน พร้อมตัวอย่างเลขจริง 3 กรณี และเทคนิคลดดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสินเชื่อ

10 พฤษภาคม 2026อ่าน 5 นาที
รีไฟแนนซ์

รีไฟแนนซ์บ้านเมื่อไหร่คุ้ม คำนวณยังไง

รีไฟแนนซ์บ้านได้ผลแค่ไหน? บทความนี้รวมกฎ 3 ปี ค่าใช้จ่ายแฝงทุกอย่าง และ checklist 7 ข้อก่อนตัดสินใจย้ายธนาคาร

20 เมษายน 2026อ่าน 6 นาที
ความรู้สินเชื่อ

กู้บ้านได้เท่าไหร่ คำนวณจากรายได้

เกณฑ์ DSR ของแต่ละธนาคาร ปัจจัยที่มีผลต่อการอนุมัติ และตัวอย่างกู้ได้เท่าไหร่จากเงินเดือน 20K 30K 50K 100K พร้อมเทคนิคเพิ่มวงเงินอนุมัติ

12 เมษายน 2026อ่าน 6 นาที